การ วิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายและประหยัด แต่บางครั้งเทคนิคการ วิ่ง ที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงรองเท้าหรือสภาพร่างกายที่ไม่อำนวยก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน
เกร็ดสุขภาพมี 5 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเข่าขณะ วิ่ง มาฝากกันค่ะ
1. ควรอบอุ่นร่างกายและยืดกล้ามเนื้อให้เพียงพอ โดยเริ่มจากการเดินเร็วหรือ วิ่ง เหยาะๆ ก่อนที่จะ วิ่ง เต็มที่ รวมทั้งควรยืดกล้ามเนื้อรอบเข่าและข้อเท้าทุกครั้ง เพื่อให้มีการปรับตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกาย เช่น การเหยียดเข่าตรงและเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำประมาณ 10 -20 ครั้งต่อวัน เป็นต้น
2. เลือกซื้อรองเท้า วิ่ง ให้เหมาะสม รองเท้าที่ใช้ควรมีพื้นกันแรงกระแทกที่เพียงพอและมีความกระชับพอดีกับเท้า ซึ่งตามร้านค้าที่ขายมักจะมีการแยกประเภทรองเท้ากีฬาชนิดต่างๆ ไว้แล้ว
3. ควรตรวจดูลักษณะเท้าว่าผิดปกติหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่พบคือ ภาวะเท้าแบน ถ้าคุณมีเท้าแบนหรือไม่มีอุ้งเท้าสูงเพียงพอ เวลา วิ่ง นานๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดเข่าและข้อเท้าได้
4. ไม่ควร วิ่ง ก้าวเท้ายาวเกินไปหรือยกเข่าสูงเกินไป เพราะทำให้ข้อเข่าต้องงอมากเกินความจำเป็น อาจทำให้เกิดปัญหาปวดเข่าได้ง่ายขึ้น
5. ควร วิ่ง โดยลงน้ำหนักที่ส้นเท้า การ วิ่ง โดยลงน้ำหนักที่ปลายเท้านานๆ จะทำให้เกิดแรงกระชากพังผืดฝ่าเท้า ปวดกล้ามเนื้อน่อง และยังเกิดแนวแรงที่ผิดปกติที่ผ่านต่อข้อเข่า ทำให้ต้องงอเข่ามากขึ้นขณะวิ่ง และอาจทำให้เกิดการปวดเข่าด้านหน้าได้
แต่หากคุณมีภาวะข้อเสื่อมอย่างชัดเจน ขอแนะนำให้ใช้การออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ว่ายน้ำ รำกระบอง โยคะ หรือเดินเร็ว แทนการวิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นอาการออกกำลังกายชนิดใดๆ ก็ล้วนแต่สร้างสุขภาพกายใจที่ดีให้คุณได้ค่ะ
ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 215
http://health.mthai.com/howto/health-care/8368.html
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
เบคกิ้งโซดา มีประโยชน์มากกว่า แค่นำไปทำขนม
เบคกิ้งโซดา สามารถนำมาทำประโยชน์อะไรได้บ้าง
ดับกลิ่นในตู้เย็น : เทเบคกิ้งโซดาลงในถ้วย หรือแก้ว แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น ควรเอาไว้ในสุดของตู้เย็น เพื่อให้เบคกิ้งโซดาดูดกลิ่นอับภายในตู้เย็นค่ะ
ลบรอยขีดขวน : ละลายเบคกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะ กับน้ำ 1 ลิตร แล้วนำมาเช็ดๆ ขัดๆ บริเวณที่เป็นรอย อย่างเช่นลามิเนต สแตนเลส ไฮกรอส แต่ไม่สามารถทำความสะอาดอลูมิเนียมได้นะคะ
ทำความสะอาดเตาไมโครเวฟ : เทเบคกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะผสมกับน้้าอุ่น 1 ลิตร เช่นเดียวกับการลบรอยขีดขวน จากนั้นเอาผ้ามาเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่เป็นคราบค่ะ
ดับกลิ่นพรม : เทเบคกิ้งโซดา ลงในขวดสเปร์ย พร้อมด้วยแป้งข้าวโพด และผสมน้้ามันหอมระเหยลงไป เขย่าให้เข้ากัน แล้วนำมาฉีดบนพรม แค่นี้พรมของคุณก็จะมีกลิ่นที่หอมขึ้นค่ะ
ทำความสะอาดหวีหรือแปรงหวีผม : ผสมเบคกิ้งโซดา กับน้้าอุ่นในถ้วย แล้วแช่หวี หรือแปรงลงไป รอสักพักคราบสกปรกก็จะหลุดหลายไปในทันที
เรียกได้ว่าเป็นวัตถุดิบที่มากด้วยประโยชน์จริงๆ นะคะ ไม่ว่าจะทำความสะอาดคราบสกปรก หรือจะนำไปดับกลิ่มอับต่างๆ แถมยังนำไปเป็นส่วนผสมของขนมได้อีกด้วยถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สุดยอดจริงๆ
ที่มา : http://decor.mthai.com/home-idea/tips-home-idea/21599.html
ดับกลิ่นในตู้เย็น : เทเบคกิ้งโซดาลงในถ้วย หรือแก้ว แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น ควรเอาไว้ในสุดของตู้เย็น เพื่อให้เบคกิ้งโซดาดูดกลิ่นอับภายในตู้เย็นค่ะ
ลบรอยขีดขวน : ละลายเบคกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะ กับน้ำ 1 ลิตร แล้วนำมาเช็ดๆ ขัดๆ บริเวณที่เป็นรอย อย่างเช่นลามิเนต สแตนเลส ไฮกรอส แต่ไม่สามารถทำความสะอาดอลูมิเนียมได้นะคะ
ทำความสะอาดเตาไมโครเวฟ : เทเบคกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะผสมกับน้้าอุ่น 1 ลิตร เช่นเดียวกับการลบรอยขีดขวน จากนั้นเอาผ้ามาเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่เป็นคราบค่ะ
ดับกลิ่นพรม : เทเบคกิ้งโซดา ลงในขวดสเปร์ย พร้อมด้วยแป้งข้าวโพด และผสมน้้ามันหอมระเหยลงไป เขย่าให้เข้ากัน แล้วนำมาฉีดบนพรม แค่นี้พรมของคุณก็จะมีกลิ่นที่หอมขึ้นค่ะ
ทำความสะอาดหวีหรือแปรงหวีผม : ผสมเบคกิ้งโซดา กับน้้าอุ่นในถ้วย แล้วแช่หวี หรือแปรงลงไป รอสักพักคราบสกปรกก็จะหลุดหลายไปในทันที
เรียกได้ว่าเป็นวัตถุดิบที่มากด้วยประโยชน์จริงๆ นะคะ ไม่ว่าจะทำความสะอาดคราบสกปรก หรือจะนำไปดับกลิ่มอับต่างๆ แถมยังนำไปเป็นส่วนผสมของขนมได้อีกด้วยถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สุดยอดจริงๆ
ที่มา : http://decor.mthai.com/home-idea/tips-home-idea/21599.html
วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
5 ท่า พิชิตสะโพกใหญ่ กระชับบั้นท้าย ให้สวยงามงอน
Step 1 Donkey Kicks
เริ่มจากคุกเข่าลงพื้น วางมือทั้งสองข้างไว้บนพื้น โดยให้มือและแขนล้ำเกินหัวไหล่ไปข้างหน้าเล็กน้อย จากนั้นให้เตะขาขวาขึ้นด้านบนด้วยการยกสะโพกเล็กน้อย พร้อมกับการเกร็งก้น ทำขึ้นลงจนครบ 15 ครั้ง แล้วจึงสลับเปลี่ยนข้าง
Step 2 Doggy Hydrant
จัดท่าให้อยู่ในลักษณะเดิม (Step 1) แต่ครั้งนี้ให้เปลี่ยนลักษณะทิศทางเคลื่อนไหวของขา คือเปิดขาขวาไปทางด้านข้างลำตัวโดยพยายามให้ขาด้านในนั้นขนานกับพื้น แล้วจึงนำกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม ทำขึ้นลงจนครบ15 ครั้ง แล้วจึงสลับเปลี่ยนข้าง
Step 3 Chair Kicks
หาเก้าอี้ที่มีลักษณะสูง เอามือจับด้านหลังเก้าอี้แล้วยืดแขนออกพอตึง โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อความสมดุล ยกขาขวาไปด้านหลังโดยยกขึ้นสูงเท่าที่จะสามารถทำได้ แล้วค่อยๆ ลดขาลงมายังตำแหน่งเดิม ทำขึ้นลงจนครบ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับเปลี่ยนข้าง ทำจนครบ 2 เซ็ท
Step 4 Squat Pulse
ยืนโดยให้ขาทั้งสองข้างกว้างกว่าหัวไหล่ เปิดเท้าออกพร้อมกับยื่นแขนออกไปด้านหน้า หลังจากนั้นย่อตัวขึ้น-ลง โดยให้ก้นอยู่ในระนาบเดียวกันกับเข่าและแผ่นหลังต้องให้ตรงอยู่เสมอ ทำซ้ำ 15 ครั้ง จนครบ 3 เซ็ท
Step 5 Squat Kick
เริ่มต้นด้วยการยืนให้ขาทั้งสองข้างกว้างกว่าหัวไหล่พร้อมทั้งเปิดเท้าออก ยื่นแขนออกไปด้านหน้า ย่อตัวลงจนก้นอยู่ในระนาบเดียวกันกับเข่า จากนั้นยกตัวขึ้นพร้อมกับยกขาขวาให้สูงเท่าที่จะทำได้ออกไปทางด้านข้างลำตัว ทำจนครบ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับเปลี่ยนข้าง ทำจนครบ 3 เซ็ท
ขอบคุณเนื้อจาก นิตยสาร แม่บ้าน
ที่มา : http://women.mthai.com/beautytipandtrick/242547.html
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
24 ประโยชน์จาก มะนาว
1. แก้ไอและขับเสมหะ ใช้ผลสดคั้นเอาน้ำใส่เกลือเล็กน้อยหรือคั้นเอาน้ำผสมน้ำผึ้ง 1 ต่อ? 3 ส่วน จิบบ่อยๆหรือฝานบางๆจิ้มเกลืออม
2. แก้ไอ นำใบมะนาวหั่นเป็นฝอย ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชา ช่วยลดไข้ และใช้อมกลั้วคอ ฆ่าเชื้อโรคได้ดี
3. เป็นยาขับเสมหะ รักษาอาการไอ ระคายคอจากเสมหะ บรรเทาอาการเจ็บคอ โดยใช้น้ำมะนาวจากผลที่โตเต็มที่ มีรสเปรี้ยวจัด เติมเกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือจะทำน้ำมะนาวเติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย
4. แก้คอแห้ง คั้นมะนาวใส่ช้อนแล้วเทลงคอ
5. รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด เปลือกผล รสขม ช่วยขับลมได้ดี ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ นาที ดื่มแต่น้ำขณะมีอาการ หรือหลังอาหาร 3 เวลา
6. โรคกระเพาะ ใช้เปลือกผลมะนาว ชงน้ำร้อนดื่ม เป็นยาขับลมและแก้โรคกระเพาะได้
7. แก้ท้องร่วง ใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำสะอาดดื่ม
8. ท้องผูก ใช้น้ำมะนาวค่อนแก้วกาแฟ ใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มทุกวันเป็นยาระบายได้ดี และเจริญอาหาร
9. แก้ฟกช้ำตามแขนขา หรือหัวโน ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพอง พอกบริเวณที่เป็น จะทำให้เย็นและยุบเร็ว
10. แก้ข้อศอก ส้นเท้าด้านดำ ใช้เปลือกมะนาวที่บีบน้ำออกหมดแล้ว นำมาขัดถูผิวส่วนที่ด้านแตก เช่น ข้อศอก หรือส้นเท้า จะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น รอยด้านหรือรอยแตกจะจางลง
11. ลบรอบด่างดำที่ขาหรือขาลาย มีจุดด่างดำเล็กๆ หรือรอยแผลเป็นให้ใช้น้ำมะนาวบีบลงในดินสอพอง พอหมาดๆ ทาบริเวณขาทุกคืน ก่อนนอนตื่นเช้าค่อยล้างออก รอยด่างดำจะค่อยๆจางหายไป
12. แก้ลิ้นเป็นฝ้า ใช้สำลีชุบน้ำมะนาวเช็ดลิ้นวันลละ 3 ครั้ง ฝ้าจะค่อยๆจางหายไป
13. แก้กลากเกลื้อน หิด ใช้น้ำมะนาวผสมผงกำมะถัน ทาก่อนนอน
14. แก้ปูนซีเมนต์กัด ใช้น้ำมะนาวทาบริเวณที่โดนปูนกัด
15. แก้น้ำกัดเท้า ใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง แล้วเอาแป้งทาตุ่มคัน
16. แก้ไฟลวก น้ำร้อนลวก ให้เอาน้ำมะนาวชโลมบริเวณที่ถูกจะช่วยดับพิษปวดแสบ ปวดร้อนได้
17. แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ใช้ใบมะนาวสด ต้มน้ำใส่น้ำตาลดื่ม
18. แก้ระดูขาว ใช้น้ำมะนาว 2 ช้อนชา เกลือ น้ำตาล นิดหน่อยผสมน้ำต้มสุก ใส่น้ำแข็งกิน แก้สตรีมีระดูขาวมาก
19. ฟอกโลหิต ใช้ใบมะนาว 7 ใบ ต้มน้ำกินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 เวลา
20. แก้ไข้ทับฤดู ใช้ใบมะนาว 108 ใบ ต้มน้ำกิน
21. ยาแก้ฟกช้ำ ใช้รากสดต้มเอาน้ำกิน จากการถูกกระแทกหรือหกล้ม แก้ปวด และแก้พิษสุนัขกัด
22. รักษาโรคลักปิดลักเปิด ดื่มน้ำมะนาว หรืออาหารที่มีส่วผสมของมะนาว
23. แก้ซางในเด็ก นำเมล็ดมะนาวมาคั่ว แล้วบดให้เป้นผง ชงหรือต้มน้ำดื่ม
24. แก้ปวดฝี แก้พิษอักเสบ ใช้รากฝนกับเหล้าทาบริเวณที่เป็น
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ มะนาวลูกเล็กๆนี่กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาลเลยดีเดียว หากใครเจ็บป่วยด้วยอาการดังทื่กล่าวมา ลองใช้มะนาวมารักษาอาการเบื้องต้นดูนะคะ ง่ายๆนิดเดียว
ที่มา : http://health.mthai.com/howto/health-care/5726.html
วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559
คาถาเรียกทรัพย์ เรียกเงิน หลวงพ่อเสือดำ
คาถาเรียกเงินพระคาถาเงินล้าน (เป็นคาถาที่สืบทอดมาจาก หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค) หลวงปู่เสือดำ (หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร) ใครที่ค้าขายทำธุรกิจอยู่ในตอนนี้ อยากจะให้กิจการก้าวหน้า มีเงินไหลมาเทมา ลองสวดตามกันดูนะคะ
(ตั้งนะโม 3 จบ)
“นะโมพุทธัสสะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ
วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา
วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโยพุทธัสสะ
เอหิ มะมะ เอหิ มะมะ
เอหิ มานี่มา ลาภะ ลาภะ มาหาข้าพเจ้า”
ที่มาจาก : Digitaltv Thaitv
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559
สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน
สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน นั้นมีมากมายอย่างเหลือล้น วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงขอนำบทความ สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน มาบอกเล่าให้คนรักสุขภาพทั้งหลายเช่นคุณได้รู้กันค่ะ แล้วยิ่งช่วงเวลานี้ด้วยแล้วมีคนให้ความสนใจในผลไม้อย่างลูกพรุนเป็นจำนวนมาก
และอีกชื่อหนึ่งของลูกพรุนก็คือลูกพลัมและไม่ว่าจะเป็น สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม ที่คุณกำลังมองหาข้อมูลด้านสุขภาพอยู่ล่ะก็ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ได้จัดเตรียมบทความ สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม มาบอกกันแล้วค่ะ ลูกพรุน หรือ ลูกพลัม นั้นคนส่วนใหญ่มักน้ำมาแปรรูปที่หลากหลายและที่เป็นนิยมอย่างมาก และ ณ ปัจจุบันคนให้ความสนใจที่จะดื่มน้ำลูกพรุนเช่นเดียวกัน เพราะด้วย สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม ที่มีมากมายนั่นเองค่ะ นั้นอย่ารอช้ามาดูบทความ สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากกันเลยดีกว่าค่ะ
สรรพคุณ / ประโยชน์ของลูกพรุน
- แล้วอะไรอยู่ในลูกพรุนบ้าง ในลูกพรุนจะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ เหล็ก (Iron) เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการสังเคราะห์ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าผู้หญิงเรานั้นในแต่ละเดือนต้องสูญเสียเลือดประจำเดือนไปเท่าไร ธาตุเหล็กจึงมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ที่ขาดไม่ได้ ใครอยากมีเลือดฝาดอย่ามองข้ามลูกพรุน
- วิตามิน B2 (Riboflavin) ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง กระบวนการสร้างช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะกับผิวหนัง เล็บและผม
- แคลเซียม (Calcium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ
- วิตามิน C (Ascorbic Acid) สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลาย เมื่อเซลล์ถูกทำลายโอกาสการเป็นมะเร็งก็มีสูงขึ้น วิตามิน C มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นการที่ลูกพรุนมี Anti-oxidant ในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกายและสมองแก่ตัวช้าลงและมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลงมีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดงช่วยให้ร่างกายต่อต้านแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น
- วิตามิน E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดงทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร
- ลูกพรุนนั้นอุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์สูงมาก มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย บรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นประโยชน์ทำให้ขับถ่ายได้คล่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตปัจจุบันที่ฝากไว้กับอาหารถุง ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นกากใยเลย ลูกพรุนเป็นคำตอบที่ไม่น่ามองข้ามนะคะ
สูตรน้ำลูกพรุนแบบง่ายๆ
ส่วนผสม
- ลูกพรุนแห้ง 2 ผล
- น้ำตาลทราย พอสมควร
- เกลือป่น เล็กน้อย
- น้ำสะอาด 2 ลิตร
- น้ำแข็งทุบ พอสมควร
วิธีทำ
1. นำลูกพรุนแห้งและน้ำตั้งไฟปานกลางจนเดือดสักครู่น้ำจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน
2. ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นเล็กน้อยชิมอย่าให้รสหวานมากเกินไป ถ้าใส่เกลือให้ใช้เพียงเล็กน้อยประมาณ 1 หยิบมือเท่านั้น (เพราะปกติการต้มน้ำผลไม้ตากแห้งมักไม่ใส่เเกลือ)
3. ยกลงจากเตาทิ้งไว้จนเย็นเวลาดื่มขณะอุ่นรสชาติเหมือนน้ำชาจีน
ที่มา: http://2015.n3k.in.th/?p=5514
และอีกชื่อหนึ่งของลูกพรุนก็คือลูกพลัมและไม่ว่าจะเป็น สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม ที่คุณกำลังมองหาข้อมูลด้านสุขภาพอยู่ล่ะก็ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ได้จัดเตรียมบทความ สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม มาบอกกันแล้วค่ะ ลูกพรุน หรือ ลูกพลัม นั้นคนส่วนใหญ่มักน้ำมาแปรรูปที่หลากหลายและที่เป็นนิยมอย่างมาก และ ณ ปัจจุบันคนให้ความสนใจที่จะดื่มน้ำลูกพรุนเช่นเดียวกัน เพราะด้วย สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม ที่มีมากมายนั่นเองค่ะ นั้นอย่ารอช้ามาดูบทความ สรรพคุณของลูกพรุน และ ประโยชน์ของลูกพรุน หรือ สรรพคุณของลูกพลัม และ ประโยชน์ของลูกพลัม ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากกันเลยดีกว่าค่ะ
สรรพคุณ / ประโยชน์ของลูกพรุน
- แล้วอะไรอยู่ในลูกพรุนบ้าง ในลูกพรุนจะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ เหล็ก (Iron) เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการสังเคราะห์ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าผู้หญิงเรานั้นในแต่ละเดือนต้องสูญเสียเลือดประจำเดือนไปเท่าไร ธาตุเหล็กจึงมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ที่ขาดไม่ได้ ใครอยากมีเลือดฝาดอย่ามองข้ามลูกพรุน
- วิตามิน B2 (Riboflavin) ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง กระบวนการสร้างช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะกับผิวหนัง เล็บและผม
- แคลเซียม (Calcium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ
- วิตามิน C (Ascorbic Acid) สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลาย เมื่อเซลล์ถูกทำลายโอกาสการเป็นมะเร็งก็มีสูงขึ้น วิตามิน C มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นการที่ลูกพรุนมี Anti-oxidant ในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกายและสมองแก่ตัวช้าลงและมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลงมีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดงช่วยให้ร่างกายต่อต้านแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น
- วิตามิน E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดงทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร
- ลูกพรุนนั้นอุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์สูงมาก มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย บรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นประโยชน์ทำให้ขับถ่ายได้คล่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตปัจจุบันที่ฝากไว้กับอาหารถุง ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นกากใยเลย ลูกพรุนเป็นคำตอบที่ไม่น่ามองข้ามนะคะ
สูตรน้ำลูกพรุนแบบง่ายๆ
ส่วนผสม
- ลูกพรุนแห้ง 2 ผล
- น้ำตาลทราย พอสมควร
- เกลือป่น เล็กน้อย
- น้ำสะอาด 2 ลิตร
- น้ำแข็งทุบ พอสมควร
วิธีทำ
1. นำลูกพรุนแห้งและน้ำตั้งไฟปานกลางจนเดือดสักครู่น้ำจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน
2. ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นเล็กน้อยชิมอย่าให้รสหวานมากเกินไป ถ้าใส่เกลือให้ใช้เพียงเล็กน้อยประมาณ 1 หยิบมือเท่านั้น (เพราะปกติการต้มน้ำผลไม้ตากแห้งมักไม่ใส่เเกลือ)
3. ยกลงจากเตาทิ้งไว้จนเย็นเวลาดื่มขณะอุ่นรสชาติเหมือนน้ำชาจีน
ที่มา: http://2015.n3k.in.th/?p=5514
วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559
หน่อไม้ฝรั่ง วิตามินซีสูง ไม่กินไม่ได้แล้ว!
หลายๆคนคงจะชอบรับประทาน หน่อไม้ฝรั่ง กันใช่ไหมคะ? เพราะความกรอบอร่อย สามารถนำไปผัด หรือลวกทานเป็นผักเคียงกับอาหารอื่นๆได้อีกมากมาย และแน่นอนว่า หน่อไม้ฝรั่ง ก็เป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกชนิดหนึ่ง แต่ว่ามีประโยชน์ทางด้านไหนบ้าง วันนี้เรามีความรู้ดีๆมาฝากค่ะ ไปดูเลย
สรรพคุณทางยาของ หน่อไม้ฝรั่ง ก็เป็นที่รู้กันมานาน กาเลนหมอชาวโรมันใช้ หน่อไม้ฝรั่ง “ล้างพิษและเยียวยา” ผู้ป่วยมาก่อน ในตำราอายุรเวทก็ระบุว่า หน่อไม้ฝรั่ง เป็นยา ปัจจุบัน จากการศึกษาพบว่า หน่อไม้ฝรั่ง มีแคลอรีต่ำ มีสารเส้นใยสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระคือมีวิตามินซีสูง เป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยโฟเลต โพแทสเซียม และมีกรดมะมิโนแอสพาราจีนมากมาย
จะเห็นว่า หน่อไม้ฝรั่ง มีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังในการกิน หน่อไม้ฝรั่ง เช่นกันคือ
หน่อไม้ฝรั่ง มีสารประกอบกำมะถันเรียกว่ากรดแอสพารากูสิคสูง ซึ่งทำให้บางครั้ง คนกิน หน่อไม้ฝรั่ง แล้ว ปัสสาวะจะมีกลิ่นฉุน ซึ่งจะเกิดหลังจากกิน หน่อไม้ฝรั่ง เร็วมากคือภายใน 15-30 นาทีเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หน่อไม้ฝรั่ง ไม่ได้มีผลร้ายต่อไตในคนปกติ
ที่สำคัญ หน่อไม้ฝรั่ง มีแอมโมเนียมาก ในคนปกติกินได้ไม่เป็นไร แต่คนที่เป็นโรคตับวายหรือไตวาย น่าจะ…ไม่ควรกิน หน่อไม้ฝรั่ง
ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารขวัญเรือน ฉบับที่ 941
ที่มา : http://health.mthai.com/howto/health-care/9546.html
สรรพคุณทางยาของ หน่อไม้ฝรั่ง ก็เป็นที่รู้กันมานาน กาเลนหมอชาวโรมันใช้ หน่อไม้ฝรั่ง “ล้างพิษและเยียวยา” ผู้ป่วยมาก่อน ในตำราอายุรเวทก็ระบุว่า หน่อไม้ฝรั่ง เป็นยา ปัจจุบัน จากการศึกษาพบว่า หน่อไม้ฝรั่ง มีแคลอรีต่ำ มีสารเส้นใยสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระคือมีวิตามินซีสูง เป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยโฟเลต โพแทสเซียม และมีกรดมะมิโนแอสพาราจีนมากมาย
- สารเส้นใย ใน หน่อไม้ฝรั่ง จะช่วยบำบัดอาการท้องผูก และใช้ได้ดีในการควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักตัว
- มีอินนูลินมาก อินนูลินจะเป็นอาหารของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ประเภท แลคโตบาซิลไล และบิฟิโดแบคทีเรีย ทำให้สุขภาพลำไส้ใหญ่ดีขึ้น จึงเหมาะมากสำหรับคนที่มีอาการท้องผูก
- มีวิตามินซีสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิต้านทาน ทำให้คอลลาเจนสมบูรณ์ ใครกิน หน่อไม้ฝรั่ง เป็นประจำจึงไม่ค่อยเป็นหวัด และจะมีผิวพรรณผ่องใส
- การที่ หน่อไม้ฝรั่ง มีโฟเลทสูงจึงมีฤทธิ์บำรุงเลือด และช่วยยับยั้งโฮโมซีสเตอีนจึงป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และช่วยให้ทารกในครรภ์มีความแข็งแรงสมบูรณ์ หน่อไม้ฝรั่ง จึงเหมาะมากสำหรับแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในเดือนแรก ๆ และดีสำหรับคนที่เคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรืออัมพาต
- มีโพแทสเซียมสูง ทำให้ หน่อไม้ฝรั่ง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และมีรายงานว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม จึงชะลอการเกิดกระดูกผุ
- มีแอสพาราจีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโน ทำให้ หน่อไม้ฝรั่ง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
จะเห็นว่า หน่อไม้ฝรั่ง มีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังในการกิน หน่อไม้ฝรั่ง เช่นกันคือ
หน่อไม้ฝรั่ง มีสารประกอบกำมะถันเรียกว่ากรดแอสพารากูสิคสูง ซึ่งทำให้บางครั้ง คนกิน หน่อไม้ฝรั่ง แล้ว ปัสสาวะจะมีกลิ่นฉุน ซึ่งจะเกิดหลังจากกิน หน่อไม้ฝรั่ง เร็วมากคือภายใน 15-30 นาทีเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หน่อไม้ฝรั่ง ไม่ได้มีผลร้ายต่อไตในคนปกติ
ที่สำคัญ หน่อไม้ฝรั่ง มีแอมโมเนียมาก ในคนปกติกินได้ไม่เป็นไร แต่คนที่เป็นโรคตับวายหรือไตวาย น่าจะ…ไม่ควรกิน หน่อไม้ฝรั่ง
ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารขวัญเรือน ฉบับที่ 941
ที่มา : http://health.mthai.com/howto/health-care/9546.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















