วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เครื่องดื่ม ให้ความสดชื่นช่วย ลดหน้าท้อง




 ในเมื่อมีอาหารหลากหลายชนิดที่ลดความอ้วน มันก็ต้องมีเครื่องดื่มคู่กัน จะไปดื่มน้ำอะไรที่มันหวานๆ มันๆ ก็คงไม่ใช่ มาดูเครื่องดื่มที่ลดพุงกันดีกว่า

     1. ชามินต์ ใส่น้ำแข็ง รสเย็นของมิ้นต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มินต์มีส่วนช่วยย่อยสลายไขมัน แถมลดอาการท้องอืดได้ด้วย

     2. ชาเขียว นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจ ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่ง ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลัง มันจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกายด้วย

     3. น้ำเปล่าเสริมรส เคยได้ยินไหมคะว่าจะลดน้ำหนักต้องดื่มน้ำมากๆ เพราะจะช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยให้รู้สึกอิ่มทำให้กินน้อยลง

     4. เฟลปเป้สับปะรด ในสับปะรดมีสารซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้ การใส่น้ำมันเมล็ดเฟล็กซ์ ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้แบบไม่ต้องเหนื่อยซิทอัพ

     5. สมูธตี้แตงโม แก้วนี้ช่วยให้เราสดชื่นซาบซ่าได้เป็นอย่างดี แก้วหนึ่งมีแคลอรี่ต่ำเพียง 65 แคลอรี่ แถมยังมีสารอาหารที่ช่วยต้านมะเร็งรวมถึงกรดอะมิโน ที่ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อจึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟบลงนั่นเอง

     6. ดาร์กช็อกโกแลตเชค ฟังดูขัดๆ ไช่ไหมคะ แต่ดาร์กช็อกโกแลตช่วยให้คุณผอมได้ด้วยการลดอาการอยากอาหารชนิดอื่น แต่จำไว้นะว่าแก้วหนึ่งมีถึง 400 แคลอรี่ จึงเหมาะจะเป็นอาหารเช้ามากกว่าของว่าง ดื่มเล่นๆ แต่พุงจะมาด้วยแบบไม่ขำนะคะ

จะดื่มเครื่องดื่มลดหน้าท้องอย่างเดียว คงไม่เพอร์เฟ็คเท่ากับต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

ที่มา : http://women.mthai.com/beauty/health/127726.html

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

7 สูตรสวย ด้วย น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ



  น้ำผึ้ง มีคุณสมบัติทางยาคือ สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ ได้ เพราะมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูง ช่วยกำจัดปริมาณน้ำที่แบคทีเรียใช้ในการเจริญเติบโต รวมถึง น้ำผึ้ง มีความเป็นกรดสูง และมีปริมาณโปรตีนต่ำ ซึ่งทำให้แบคทีเรียไม่ได้รับไนโตรเจนที่จำเป็น นอกจากนี้ น้ำผึ้ง ยังมีสารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ และ สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งด้วย ดังนั้น เมื่อเราใช้น้ำผึ้ง ทาบาดแผลจึงสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ และทำให้แผลไม่เกิดการอักเสบ

1.ดื่มทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันมะเร็ง
ใช้ น้ำผึ้ง ไม่ผ่านความร้อน (Raw Organic Honey) 3 ช้อนชา และน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลไม่ผ่านความร้อน (Raw Organic Apple Cider Vinegar) 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอน และระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน

2.เมนูสุขภาพ ลดความอ้วน
นำผลไม้ต่าง ๆ มาหั่นเป็นลูกเต๋า เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม ตามชอบ ราดด้วยโยเกิร์ต ลูกเกด และ น้ำผึ้ง ไม่ผ่านความร้อน คุณก็จะได้อาหารเช้าที่มีประโยชน์ อร่อย อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุอาหาร เอนไซม์ และโปรตีนที่ย่อยง่าย

3.ดื่มให้หลับสบาย ผ่อนคลายตลอดคืน
ใครนอนไม่ค่อยหลับ ลองผสม น้ำผึ้ง กับ น้ำอุ่น หรือนมร้อนจะช่วยให้หลับสบาย แต่ถ้าได้ร่วมกับการนั่งสมาธิสัก 5 นาทีก่อนนอน เพื่อให้ได้หยุดพักความคิดและปล่อยวางความเครียดลงบ้าง จะยิ่งทำให้นอนหลับสนิทต่อเนื่องตลอดคืน และตื่นมาอย่างสดใส

4.ย้อนวัยผิวใส
ผู้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยน อดหลับอดนอนจนหน้าแห้งกร้าน หรือต้องการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้ง แล้วนำกล้วยหอมครึ่งลูกมาบดผสมกับ น้ำผึ้ง ที่ไม่ผ่านความร้อน ทาบนหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก เอนไซม์ในน้ำผึ้งจะคืนความชุ่มชื่นนุ่มนวลให้ผิวอย่างรวดเร็ว

5.กำจัดสารเคมีและปลุกชีวิตเส้นผม
หลังสระผมเสร็จ นำ น้ำผึ้ง ไม่ผ่านความร้อน 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมผมแล้วทิ้งไว้ 5 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมจะนิ่มและเงางามตามธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีใด ๆ

6.แก้ไอ หลอดลมอักเสบ กำจัดเสมหะ
ตำกระเทียม 1-2 กลีบให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาวครึ่งช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย พิมเสน หรือการบูร 2-3 เกล็ด และ น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะกวาดคอทุกชั่วโมง

7.บรรเทาอาการตับแข็งจากสุรา
ผสม น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำครึ่งแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้งเป็นประจำ และดื่มน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนนอน



ที่มาจาก 247 City Magazine

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ลดน้ำหนัก ด้วยการ ดื่มนม



      โดยนักวิจัยได้ทำการติดตามคนอ้วนกว่า 300 คนที่มีอายุระหว่าง 40-65 ปี ซึ่งทำการควบคุมน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารไขมันต่ำ, คาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือการไดเอทแบบเมดิเตอร์เรเนียน เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ผลที่ได้จากการติดตามพบว่ากลุ่มที่มีการรับประทานแคลเซียมสูง ประมาณ 580 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเป็นนม 2 แก้ว สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 12 ปอนด์ใน 2 ปี ส่วนกลุ่มที่รับประทานต่ำเพียง 150 มิลลิกรัม หรือเทียบเป็นนมเพียงครึ่งแก้วต่อวัน ลดน้ำหนักได้แค่ 7 ปอนด์

      นักวิจัยได้อธิบายความแตกต่างว่า นมนั้นจะไปช่วยเพิ่มระดับพลังงานในร่างกาย ทำให้เกิดการเผาผลาญได้ดี “นมช่วยให้เรารู้สึกอิ่ม และเกิดความพึงพอใจ ทำให้ไม่นึกอยากกินอาหารที่มีน้ำตาล เครื่องดื่มซอฟต์ดริ๊งค์ น้ำผลไม้หวาน ๆ หรือเครื่องดื่มโซดาทั้งหลาย”


นอกจากนั้น ยังมีการวิจัยเพิ่มเติมว่าในน้ำนมมีวิตามิน D ที่ส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักได้ดีกว่า…โดยระดับวิตามิน D ที่มีการแนะนำไว้ต่อวันคือ 400 มิลลิกรัม หรือเทียบได้กับนมโลว์แฟต หรือนมพร่องมันเนย 4 แก้ว



ที่มา http://women.mthai.com/beauty/health/66540.html

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

น้ำมะนาวร้อน ดื่มดีช่วยล้างพิษ




 ปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะชอบดื่มน้ำมะนาวเย็น แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำมะนาวแบบร้อนก็มีประโยชน์มากเช่นกัน เพราะการผสมน้ำมะนาวกับน้ำร้อน นอกจากจะมีปริมาณแคลอรี่ต่ำแล้ว ยังช่วยล้างพิษได้ดี โดยน้ำมะนาวร้อนจะช่วยบำรุงตับให้ผลิตน้ำดีออกมาช่วยในการย่อยอาหารให้เร็วขึ้น และยังช่วยขับของเสียที่คั่งอยู่ในท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการบวมท้องลดลงอีกด้วย เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรดื่มก่อนมื้ออาหาร หรือดื่มทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เพื่อทำให้ร่างกายสดชื่นไปในตัว



ที่มา : http://women.mthai.com/beauty/health/132347.html

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ล้างพิษ ด้วย ชาเขียว




………ชาเขียว เครื่องดื่มยอดฮิตที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณเป็นยา บำบัดมายาวนานนับพันๆ ปี เพราะนอกจากชาเขียวจะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพกายแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพใจอีกด้วย และคุณสมบัติที่โดดเด่นของชาเขียวอีกอย่างหนึ่งก็คือ การช่วยล้างพิษออกจากร่างกายได้ลึกถึงระดับเซลล์ ด้วยสาร Polyphenols ในชาเขียวสามารถออกฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่ทำหน้าที่ขจัดสารพิษในตับ (Detoxifying Enzyme) ช่วยยับยั้งขบวนการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และพัฒนาการทำงานองแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้

………นอกจากนี้ ชาเขียว ยังสามารถขจัดอนุมูลอิสระช่วยให้หลอดเลือดและหัวใจทำงานดีขึ้น ผิวพรรณสดใสและสนับสนุนการทำงานของเอ็นไซม์ในตับซึ่งเป็นเหมือนโรงงานขจัด สารพิษจากอาหารแห่งเดียวของร่างกาย จึงนับว่าการบริโภค ชาเขียว เป็นการล้างพิษทางกายภาพที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดค่ะ

ผลที่ได้รับจากการล้างพิษด้วยชาเขียว


  •  ระบบขับถ่ายของเราจะค่อยๆ ดีขึ้นปัญหาท้องผูกและอาการร้อนในลดลง
  •  โอกาสเกิดโรคมะเร็งในทางเดินอาหารลดน้อยลงกว่าผู้ที่ไม่ได้บริโภคชาเขียว
  •  ผิวพรรณจะค่อยๆ สดใส ไม่หมองคล้ำ ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น
  •  ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคความจำเสื่อม
  •  ตับมีสุขภาพดี
  •  ที่สำคัญที่สุดยังห่างไกลจากโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังต่างๆ ได้อีกด้วย


ที่มา :  BKKMENU.com

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กินให้ผอม ใน 14 วัน! ลดน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องยาก



แผนการกินเพื่อ ลดน้ำหนัก แบบด่วนๆ หุ่นเป๊ะทันใจไม่เสียสุขภาพนะจ๊ะถ้าคิดตั้งแต่ต้นปีมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวฉันจะผอมให้ได้ แต่พออดหรือคุมอาหารได้สักพักก็ตบะแตกแล้วกลับมากินแหลกเหมือนเดิม เผลอแป๊บเดียวก็เดือนตุลาคม ใกล้จะหมดปีแล้วยังไม่ลดไปสักกิโลฯ มีแต่เพิ่มเอาๆ โอ๊ย…จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย วันนี้ ขอนำเสนอสูตรอาหารเพื่อการ ลดน้ำหนัก แบบด่วนจี๋ 3.5 – 5.5 กก. ภายใน 14 วัน ให้คุณหุ่นเป๊ะทันตาเห็นผลทันใจไปเลย โดยสูตรนี้ปรับใช้ได้ตลอด จะกินแบบนี้ไปสักเดือนก็ไม่มีอันตรายอะไร

อาหารลดน้ำหนัก มื้อเช้า

ตลอด 14 วันที่คุณตั้งใจว่าจะต้องผอมให้ได้นี้ ขอให้กินมื้อเช้าเป็น ผักสด ผลไม้สด และน้ำผลไม้ เพราะเป็นอาหารที่ย่อยได้ง่ายที่สุด ทั้งยังมีไฟเบอร์เยอะจึงช่วยให้คุณอิ่มนานและดีต่อการลดน้ำหนักที่สุด



มื้อสาย

ยิ่งคุณพยายามอดอาหารคุณก็จะยิ่งหิว สุดท้ายก็ทนไม่ได้ แล้วก็กลับมากินมากกว่าเดิมเสียอีก ดังนั้น พอสายๆ สักหน่อยให้กินถั่วอบไม่ใส่เกลือ มะเขือเทศราชินี หรือไม่ก็เบเบี้แครอตสดๆ สักหน่อยก็จะช่วยคลายความอยากอาหารลงได้



มื้อเที่ยง

โยนพวกข้าวขาวหรือขนมปังขาวลงถังขยะไปได้เลย เพราะคาร์โบไฮเดรตที่ขัดสีพวกนี้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย แล้วยังให้พลังงานแค่ในช่วงสั้นๆ เดี๋ยวคุณก็หิวอีกแล้ว ให้เลือกกินเป็นขนมปังโฮลวีตสักแผ่น หรือข้าวกล้องหนึ่งทัพพี กับรายการอาหารต่อไปนี้หนึ่งอย่าง อ้อ! แล้วอย่าลืมปิดท้ายด้วยสลัดผักสักถ้วยด้วยนะเกาเหลาเนื้อ/ไก่/ลูกชิ้นหมู

แกงเลียงกุ้งสด
ต้มยำปลาน้ำใส
แกงส้มปลา
แกงจืดตำลึงเต้าหู้หมูสับ


อาหารลดน้ำหนัก มื้อบ่าย

การกินอะไรสักหน่อยทุกๆ สองถึงสามชั่วโมง นอกจากจะทำให้เราไม่รู้สึกหิวมากจนซัดมื้อหลักอย่างไม่ยั้งคิดแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการเผาผลาญตลอดทั้งวัน และลดน้ำหนักได้มากขึ้น แต่ช่วงบ่ายๆอย่างนี้กินอะไรหนักท้องเกินไปก็ไม่ดี ลองเลือกหยิบพวก มัลติเกรน สแน็ก หรือธัญพืชอบกรอบขึ้นมากินสักห่อสิ (ห่อเล็กๆ ก็พอนะ ถึงจะเป็นธัญพืชแต่ถ้ามากเกินไปก็ทำให้คุณอ้วนขึ้นได้เหมือนกัน)


มื้อเย็น
หลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป อย่าได้ยอมให้คาร์โบไฮเดรตทุกประเภทเข้าสู่ร่างกายคุณเป็นอันขาด เว้นเสียแต่หลังอาหารเย็น คุณจะออกกำลังกายอย่างหนัก ชนิดที่มั่นใจว่าเผาผลาญพลังงานที่คุณกินเข้าไปจนหมดเท่านั้น พยายามกินเป็นพวกสเต็กปลา ปลานึ่ง อกไก่ย่างเลาะหนังออก หรือยำกุ้งสดเผ็ดๆ คู่กับสลัดผักชามใหญ่ หรือส้มตำสักจาน





Diet Tips:

ออกกำลังให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน ยิ่งถ้าออกกำลังตอนเช้า ไขมันของคุณจะถูกเผาผลาญได้เร็วสุดๆ ไปเลย
ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องทุกสองถึงสามชั่วโมง จะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญไขมันที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ดีขึ้น







ขอบคุณบทความจาก : Lisaguru

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สังเกต ลมหายใจ บ่งบอกโรคได้




    ......เคยสังเกตตัวเองก่อนออกจากบ้านกันบ้างรึป่าวคะ ว่าคุณนั้นปกติ สบายดีอยู่มั้ย อ๊ะๆ อย่าคิดนะคะ ว่าไม่มีอาการบ่งบอกแล้ว ร่างกายของคุณจะยังปกติดีอยู่เต็ม 100%

…..กลิ่นปาก หรือ กลิ่นลมหายใจของเรา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณเอง จะต้องมั่นสังเกต และคอยดูแลเป็นประจำ นอกจากจะทำให้คุณเสียบุคลิกภาพได้แล้ว ยังสามารถบอกอาการของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้นะคะ

…ไปดูกันสิคะว่า กลิ่นแบบไหน บอกโรคอะไรได้บ้าง…

….. กลิ่นลมหายใจ มีกลิ่นคล้ายเนย คุณอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคไซนัสอักเสบ ได้นะคะ รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่ให้เป็นหวัด โดยพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นควันมากๆ

…..กลิ่นลมหายใจ คล้ายผลไม้หอมหวาน อุ๊ย…!! โรคเบาหวาน โรคที่สาวๆ หลายคนกลัว


…..กลิ่นลมหายใจ คาว เมื่อคุณรู้สึกว่า มีลมหายใจกลิ่นคาว คุณอาจมีความเสี่ยงเป็น โรคตับอักเสบ การมีอนามัยส่วนบุคคล ส่วนรวมที่ดี เช่น การล้างมือให้สะอาดก่อนทำสิ่งใด หลังการขับถ่าย การประกอบอาหารถูกหลักอนามัย เลือกรับประทานอาหารที่สุก น้ำดื่มที่สะอาด จะช่วยให้ป้องกันโรคตับอักเสบได้ค่ะ

…..กลิ่นลมหายใจ คล้ายกลิ่นปัสสาวะ ระวังนะคะ โรคไต โรคที่ทรมานสุดๆ หากคุณเป็นล่ะก็ นึกสภาพตอนไปล้างไตได้ค่ะ สาเหตุของโรคนี้ ก็คือ ร่างกายของคุณอาจจะ ขับของเสียไม่หมด จากนั้นก็มีการดูดกลับเข้าสู่กระแสเลือด

…..โรคไข้ทรพิษ โรคติดต่อร้ายแรง คุณสาวๆ บางคน อาจจะไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไหร่กับโรคนี้ หากคุณมี กลิ่นลมหายใจ คล้ายโรงเลี้ยงสัตว์ เหม็นคาว คุณอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ค่ะ

…..โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคนี้ลมหายใจของคุณ จะมี กลิ่นเหม็นเน่า ปนกับกลิ่นคาวเลือด คุณสวาๆ ลองคิดดูสิคะ หากว่าคุณเป็นโรคนี้ล่ะก็ คงไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้เลยล่ะค่ะ

…..กลิ่นคล้ายขนมปังเหม็นบูด คุณอาจเป็น โรคขาดสารอาหารพวกไนอาซิน และวิตามินบี 6 สาเหตุการเกิดโรค คุณอาจไม่ได้ขาดสารอาหาร แต่อาจจะรับประทานไม่เพียงพอกับความจำเป็นของร่างกายก็ได้ค่ะ

…..กลิ่นลมหายใจ มาจาก เสมหะเหม็นเน่า แสดงถึง การติดเชื้อขั้นรุนแรง…

…..หากร่างกายได้รับสารพิษเข้าไป ร่างกายมีการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา กลิ่นลมหายใจของคุณ จะมี กลิ่นเหมือนแก๊ซ ปะปนออกมาด้วย

…..กลิ่นลมหายใจ มีกลิ่นฝรั่งสุก ส่วนใหญ่พอในผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษพวกฟอสฟอรัสเข้าไป

…..กลิ่นลมหายใจ มีกลิ่นหญ้าไหม้ พบในผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษพวกกัญชา ไม่จำเป็นเสมอไปว่า คุณจะต้องเป็นผู้เสพเอง คุณอาจจะได้รับสารพิษจำพวกนี้ ในรูปแบบอื่นๆ ก็ได้ค่ะ

…..คุณสาวๆ ก็อย่าลืม สังเกตลมหายใจของตัวเองกันดูนะคะ วิธีสังเกตอาการป่วย ทำได้ง่าย แค่หายใจเข้า-ออก แค่นี้ก็สามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้แล้วล่ะค่ะ


ที่มา :  http://women.mthai.com/beauty/health/84633.html