วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คุณประโยชน์ของเบียร์ที่คุณอาจยังไม่รู้




คุณประโยชน์ของเบียร์นั้นไม่ได้มีเพียงแค่การดื่มเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ แต่สามารถใช้ทำความสะอาดตลอดจนเป็นตัวช่วยทำให้เนื้อนุ่มได้ และลองมาดูกันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดนี้สามารถใช้ประโยชน์ด้านใดได้อีกบ้าง



ใช้หมักเนื้อ
เบียร์มีความเป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งสามารถนำมาหมักเนื้อให้นุ่มได้ดี โดยที่เนื้อไม่เสียรสชาติมากนัก ต่างจากสารเคมีชนิดอื่นๆ




ใช้กำจัดทาก
เราสามารถนำเบียร์มาใช้ในการกำจัดทากได้ โดยเทเบียร์ใส่ขวดแล้วฝังไว้ที่รอบๆสวน ในระดับผิวดิน กลิ่นและรสชาติของเบียร์จะเป็นตัวดึงดูดทากให้เข้ามาหาและเมื่อทากลงไปในขวด ก็จะกลับขึ้นมาไม่ได้อีก!




ช่วยขจัดคราบบนพรม
นักทำความสะอาดพรมมืออาชีพหลายๆ คนบอกว่าเบียร์มีคุณสมบัติในการขจัดคราบกาแฟและชาบนพรมได้ เพียงแค่เทเบียร์ลงบนคราบเล็กน้อยแล้วขัดเบาๆ บริเวณที่เกิดคราบ หากคราบยังไม่ออกในคราวเดียว ก็ให้ทำซ้ำเพียงไม่กี่ครั้งคราบที่ฝังอยู่บนพรมก็จะหลุดออกไป




ช่วยเพิ่มน้ำหนักและบำรุงเส้นผม
คุณรู้หรือไม่ว่าเบียร์ช่วยบำรุงเส้นผมได้! เพียงผสมเบียร์ 3 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่าแล้วนำมาใช้สระผมพร้อมกับแชมพูของคุณ หมักผมทิ้งไว้สัก 2-3 นาที จากนั้นก็ล้างออก วิตามิน B และโปรตีนในเบียร์จะช่วยบำรุงเส้นผมที่แห้งเสีย เพิ่มความเงางาม และขจัดรังแค ทำให้ผมของคุณมีสุขภาพดีขึ้น 




ขจัดคราบสนิมได้
หากน็อตหรือเหล็กเป็นสนิมคุณสามารถใช้เบียร์ขจัดมันออกไปได้ โดยเทเบียร์ลงบนน๊อตที่เป็นสนิม ทิ้งไว้สักครู่ กรดจากเบียร์จะค่อยๆ กัดให้สนิมหลุดออกไป




ใช้ทำความสะอาดเครื่องประดับ
ลืมเครื่องทำความสะอาดที่แสนแพงแล้วหันมาใช้เบียร์เป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดเครื่องประดับจะดีกว่า เพียงจุ่มผ้าลงในเบียร์ในปริมาณพอเหมาะ จากนั้นนำผ้ามาเช็ดทำความสะอาดเครื่องประดับของคุณเบาๆ กรดคาร์บอร์นิกในเบียร์จะช่วยขจัดคราบและสิ่งสกปรกออกจากเครื่องประดับของคุณได้อย่างง่ายดาย




ใช้หุงข้าว
ลองเพิ่มรสชาติในการหุงข้าวแบบธรรมดาโดยการใช้เบียร์แทนน้ำเปล่า ข้าวที่หุงด้วยเบียร์นั้นจะมีความนุ่มและรสชาติที่ดีเยี่ยม




ขัดเฟอร์นิเจอร์ไม้
เบียร์ไร้ฟองรสชาติอาจจะไม่ดีนัก แต่มันจะเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดและเพิ่มความเงางามได้ดีทีเดียว ฟองเบียร์เพียงเล็กน้อยสามารถช่วยขจัดฝุ่นได้ ขณะที่มอลต์ในเบียร์จะช่วยเพิ่มความเข้มของเนื้อไม้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ในเบียร์จะช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ของคุณมีความเงางาม คุณเพียงแค่ชุบผ้าไมโครไฟเบอร์ (ผ้าใยสังเคราะห์) กับเบียร์พอหมาดๆ แล้วค่อยๆ ขัดเฟอร์นิเจอร์ให้ทั่ว จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งสะอาด เฟอร์นิเจอร์ก็จะกลับมาเงางามเช่นเดิม 




ใช้ลวกหอย
คุณรู้หรือไม่ว่าการแกะหอยที่ดีกว่ามีดคือใช้เบียร์ ลองเปลี่ยนวิธีแกะหอยแบบเดิมๆ มาเป็นลวกหอยในน้ำเดือดที่มีปริมาณน้ำกับเบียร์เท่ากัน คุณจะเห็นว่าคุณไม่ต้องลำบากใช้มีดแกะหอยอีกต่อไป แถมเบียร์ยังเพิ่มรสชาติให้กับหอยอีกด้วย 




ทำให้สวนกลับมาเขียวขจีอีกครั้ง
คนดูแลสวนมืออาชีพหลายๆ คนบอกว่าเบียร์สามารถทำให้หญ้าที่เหี่ยวเฉากลับมาเขียวขจีได้ เพียงแค่เทเบียร์ลงบนจุดที่หญ้าเหี่ยว กรดในเบียร์จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อราและน้ำตาลในเบียร์ยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของหญ้าได้ดี เพียงเท่านี้สวนหลังบ้านคุณก็จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง




ดึงดูดเหล่าผีเสื้อเข้ามาในสวน
เพิ่มความน่าสนใจให้สวนหลังบ้านคุณด้วยการดึงดูดเหล่าผีเสื้อให้เข้ามาอยู่ในสวนคุณด้วยเบียร์ คุณเพียงแค่ผสมเบียร์ไร้ฟองกับกล้วยสุกบด จากนั้นก็นำไปวางกระจายให้ทั่วสวน เพียงเวลาไม่นานเหล่าแมลงแสนสวยก็จะเข้ามาบินในสวนให้คุณได้ชม




ช่วยกำจัดยุงและแมลงวัน
คุณกำลังพบปัญหาเรื่องการกำจัดยุง แมลงวันหรือแมลงต่างๆ ออกไปจากสวนใช่หรือไม่? เรามีวิธีง่ายๆ แนะนำ เก็บเบียร์เก่าใส่ไว้ในถังหรือพาชนะอื่นๆ แล้วนำไปวางในจุดที่คุณต้องการ มันจะช่วยดึงดูดแมลงต่างๆ ไปในจุดนั้น อย่าลืมนะถ้าจะให้ได้ผลดีต้องเป็นเบียร์เก่าและมีสีคล้ำๆ




ทำให้ก๊อกน้ำกลับมาเงางาม
วิธีทำให้ก๊อกน้ำกลับมาเงางาม แวววับทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เทเบียร์ลงในถุงแล้วนำไปมัดให้รอบๆ ก๊อกหรือที่จับทิ้งไว้ ไม่กี่ชั่วโมงฟองเบียร์จะช่วยขจัดคราบต่างๆที่อยู่บนตัวก๊อกน้ำ เมื่อล้างเบียร์ออก ลองสังเกตุดูว่าก๊อกน้ำของคุณนั้นจะเงางามแค่ไหน




ใช้ทำความสะอาดเครื่องใช้ในครัว
ในกรณีที่เครื่องใช้ในครัวที่เป็นทองแดงหมดความเงางาม สามารถแก้ได้ง่ายๆ โดยนำไปแช่ในเบียร์ คุณสมบัติที่เป็นกรดของเบียร์จะทำหน้าที่ขจัดคราบและรอยเปื้อนต่างๆ บนภาชนะ เครื่องครัวออก เพียงเท่านี้เครื่องใช้ต่างๆ ก็จะกลับมาเงางามอีกครั้ง








ที่มา : คุณประโยชน์ของเบียร์ที่คุณอาจยังไม่รู้

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บำรุงและปรับปรุงตัวเองโดยธรรมชาติ

การดูแลตัวเองโดยการใช้สิ่งของที่เป็นธรรมชาติในการรักษาและบำรุงผิวพรรณน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าการที่เราใช้ครีมที่มีสารเคมีที่ไม่รู้ว่ามีสารปรอทหรือเปล่าการใช้ธรรมชาติในการรักษาน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เราขอแนะนะสิ่งต่างๆในการบำรุงผิวเช่นุุุ

สูตรลับ!! มะเขือเทศ ช่วยกระชับรูขุมขน ผิวสดใสเปล่งปลั่ง

รักแร้ดำ!! แตงกวา ลดรอยคล้ำใต้วงแขนได้

สูตรพอกหน้าด้วยกล้วย สำหรับสาวผิวแห้ง

ขัดผิว ด้วย ขิง และ งา

ผิวสวย หน้าใส ด้วย สตรอเบอร์รี่

รักษาสิว ด้วย ว่านหางจระเข้

และอื่นๆอีกมากคลิกที่ อื่นๆ

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สูตรพอกหน้าขจัดสิวเสี้ยน มะนาว + ไข่ขาว

 





ส่วนผสมประกอบด้วย

-ไข่ขาว 1 ฟอง

-มะนาว 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการผสม

-ตีไข่ขาว กับ มะนาวเข้าดวยกัน

-ทาลงบนใบหน้า หรือ ลำคอให้ทั่ว

-ปล่อยให้แห้งประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีดีท็อกซ์อวัยวะส่วนต่างๆเพื่อไม่ให้เจ็บป่วยหรือเหนื่อยล้า


คุณไม่ตกใจเหรอที่ประชากรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะหนุ่มสาวอายุยังน้อยกลับต้องมาเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง รวมถึงโรคไขข้ออักเสบและอื่นๆ การบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ซึ่งเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงและสารเติมแต่ง น้ำตาล คาร์โบไฮเดรตชนิดเชิงเดี่ยว ผลิตภัณฑ์เลียนแบบอาหาร อาหารดัดแปลงพันธุกรรม และการสัมผัสกับสารพิษในสภาพแวดล้อม เช่น โลหะหนัก อาจทำให้ยีนของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงและเกิดความผิดปกติต่อร่างกายและจิตใจ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองนั้นเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น น้ำตาลทรายขาว ข้าวสาลี ยาฆ่าแมลง กลูเต็น โลหะหนัก และอาหารดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) จะทำให้ความดันภายในเกิดอาการพอง ขยายตัว และบวม รวมถึงค่า pH เปลี่ยนแปลง และนี่คือวิธีดีท็อกซ์อวัยวะทุกส่วนในร่างกายรวมถึงวิธีเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง

1. อาหาร
อาวุธหมายเลข 1 ที่ป้องกันโรคเรื้อรังได้คืออาหาร คุณไม่ควรรับประทานข้าวสาลี กลูเต็น ถั่วเหลือง นม อาหารแปรรูป และของทอดซึ่งเป็นอาหารดัดแปลงพันธุกรรมอีกรูปแบบหนึ่ง แต่คุณควรเน้นการบริโภคอาหารออร์แกนิกเท่านั้น เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะไม่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ คุณควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล สารให้ความหวาน ผงชูรส ไขมันทรานส์ น้ำมันปรุงอาหารที่เติมไฮโดรเจน เช่น คาโนล่าหรือน้ำมันพืชให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้คุณไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไปด้วย ในทางกลับกันคุณควรรับประทานไขมันที่มีประโยชน์ เช่น น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด โอเมก้า 3 น้ำมันมะกอกหรือถั่วและเมล็ดพืช อาหารโปรไบโอติกส์หรืออาหารเสริม ขณะที่อัลคาไลน์ก็มีประโยชน์เนื่องจากเป็นอาหารที่มีโซเดียมต่ำแต่มีโพแทสเซียมสูง

2. การทำความสะอาดตับ
ในการขับสารพิษออกจากตับ คุณสามารถใช้รากแดนดิไลออน รากหญ้าเจ้าชู้ มิลค์ ทิสเทิล บีท แก่นตะวัน กระเทียม ขมิ้นหรือขมิ้นชัน และการวางผ้าชุบน้ำมันละหุ่งไว้บนหน้าท้อง การทำความสะอาดตับควรประกอบด้วยกรดอะมิโนออร์นิทีนเสมอ นอกจากนี้สุขภาพตับยังขึ้นอยู่กับชาบางประเภท เช่น ชากะเพราและชาแดนดิไลออน นอกจากนี้ลูกัลไอโอดีนยังช่วยในเรื่องการเผาผลาญอาหารและการล้างพิษตับด้วย

3. ใช้น้ำมันมะกอกทำความสะอาดไขมันพอกตับ
คุณสามารถดื่มน้ำแครอทและรับประทานแอปเปิ้ลเขียวเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อทำให้ก้อนนิ่วนุ่มลงและป้องกันไม่ให้หลุดออกระหว่างกระบวนการดีท็อกซ์ จากนั้นก็ดื่มน้ำมันมะกอกผสมกับน้ำมะนาวและใช้ผ้าชุบน้ำมันละหุ่งวางไว้บนหน้าท้องในตอนกลางคืน

4. อาหารทำความสะอาดไต
สมุนไพรที่ช่วยดีท็อกซ์ไตได้แก่ หญ้าหางม้า ชาที่มีสาร Flor-essence พร้อมด้วยแคปซูลแบร์เบอรี่ รากขิง ดอกสร้อยทอง วิตามินบี6 เชอรี่ดำเข้มข้น หรือกลีเซอรีนจากผัก ทั้งหมดนี้จะช่วยล้างสารพิษออกจากไต และเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์มหาศาลได้แก่ น้ำมะนาวอุ่น แม็กนีเซียม น้ำแครนเบอรี่อินทรีย์ น้ำแอปเปิ้ลสายชูหมัก และดีเกลือฝรั่ง นอกจากนี้คุณควรอยู่ให้ห่างจากยาฆ่าแมลงต่างๆเนื่องจากมันจะทำให้ไตล้มเหลว

5. อาหารทำความสะอาดลำไส้ใหญ่
มะขามป้อมหรือตรีผลาเป็นสุดยอดสมุนไพรที่ใช้ในการทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ อย่าลืมดื่มน้ำกลั่นหรือน้ำที่ปราศจากฟลูออไรด์ อาหารชีวจิต น้ำว่านหางจระเข้ น้ำมะพร้าวคีเฟอร์ ขิง กระเทียม ยี่หร่า แม็กนีเซียม วิตามินซี ดินเบนโทไนท์ ผงถ่านกัมมันต์เพื่อดักจับสารพิษและขจัดออกไปจากร่างกาย

6. การกำจัดโลหะหนักออกจากร่างกาย
ดินซีโอไลท์ ถ่านกัมมันต์ ผักชี สาหร่ายคลอเรลล่า อาหารกำมะถันสูง เช่น หัวหอม กะหล่ำปลี กระเทียม และกะหล่ำดาวล้วนเป็นตัวจับสารที่น่าทึ่งตามธรรมชาติ นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงวัคซีนที่มีโลหะหนัก สารปรอทก็ไม่ปลอดภัยเนื่องจากเป็นพิษต่อระบบประสาทและอาจทำให้เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ความบกพร่องทางอารมณ์ และความเสื่อมทางจิตใจ ดังนั้นคุณควรพบทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อเอาวัสดุอุดฟันอมัลกัมออกไปอย่างปลอดภัย

7. ปรสิต
ส่วนประกอบสำคัญในกรณีนี้ประกอบไปด้วยไม้วอร์มวูด เปลือกวอลนัทสีดำ กานพลูเช่นเดียวกับอบเชย กระเทียม น้ำมันมะพร้าว เทียนเกล็ดหอย ดินเบนโทไนท์ และการสวนด้วยกาแฟ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากาแฟอินทรีย์และน้ำกลั่นปลอดเชื้อโดยสมบูรณ์ จากนั้นนอนตะแคงขวาและค้างไว้ประมาณ 10-20 นาที

8. ระบบน้ำเหลือง
เพื่อการเคลื่อนไหวของท่อน้ำเหลืองที่เหมาะสม คุณต้องหมั่นออกกำลังกาย สูดอากาศที่สะอาด เดินเล่น หรือฝึกโยคะ นอกจากนี้การนวดเบาๆก็สามารถกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย

9. การดีท็อกซ์ผิว
การแต่งหน้า ทาโลชั่น ใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น หรือฉีดน้ำหอมลงบนผิวอาจทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล รังไข่ทำงานผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และเนื้องอกในมดลูก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีสารกันเสียหรือสารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่ออื่นๆ ดังนั้นในการกระตุ้นระบบน้ำเหลืองเพื่อขจัดสารเคมีและสารพิษคุณควรเลือกวิธีซาวน่าอินฟาเรด ออกกำลังกายให้เหงื่อออก โยคะร้อน ดีเกลือฝรั่ง และการแปรงผิวแบบแห้ง นอกจากนี้คุณควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและให้เหงื่อออกมากๆ หากคุณออกกำลังกายกลางแจ้งมีการวิจัยชี้ว่าวิตามินดีในแสงแดดจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างไรก็ตามทุกคนควรหมั่นดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี เนื่องจากไม่มียารักษาตัวใดในโลกที่สามารถทำเช่นนั้นเพื่อคุณได้! ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องดีท็อกซ์บ้างเพื่อให้อวัยวะต่างๆสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรงและสวยงามเต็มร้อยอยู่เสมอ











Source : dietoflife.com

ที่มา: http://issue247.com/health/how-to-detox-each-organ-to-never-be-sick-or-tired-again/?ref=recommend

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

นอนไม่หลับ ผักบุ้ง ช่วยได้นะ กินผักบุ้งแล้วดียังไงอีกบ้าง มาดูเลย!

ผักบุ้ง นั้นเป็นผักที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านบำรุงสายตาอย่างที่ทุกคนแล้วนั้น ยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่หลายอาจจะยังไม่ทราบ วันนี้จึงได้นำประโยชน์นั้นมานำเสนอ เพื่อให้คนที่ไม่ชอบกินผักบุ้งจะต้องเปลี่ยนใจ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง




รักษาอาการนอนไม่หลับ ผักบุ้งนั้นอุดมด้วยสารเซเลเนียม และสังกะสีที่มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายประสาท ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และนอนหลับได้ในที่สุด

บำรุงเลือด ธาตุเหล็ก ถือเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อระบบโลหิต เพราะฮีโมโกลบินที่อยู่ในเลือดนั้นต้องได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ ฉะนั้นก็อาจจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และการรับประทานผักบุ้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ

บำรุงตับ ผักบุ้ง ช่วยบำรุงตับได้เพราะผักบุ้งมีสารอาหารมากมายที่ช่วยในการล้างพิษและสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย

ลดน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะว่าผักบุ้งสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดการดูดซึมของกลูโคสของร่างกายได้ ไม่เพียงเท่านั้นสตรีตั้งครรภ์ ผักบุ้งยังเข้าไปเสริมสร้างความต้านทานกลูโคสในร่างกาย และช่วยรักษาโรคเบาหวานได้

แก้ท้องผูก ผักบุ้งสามารถแก้อาการท้องผูกได้ เพราะไฟเบอร์ในผักบุ้งนี้จะเข้าไปช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ผักบุ้งยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย

ช่วยลดน้ำหนัก ผักใบเขียวเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ได้ผลดี ผักบุ้งก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยปริมาณไฟเบอร์ที่สูง และปริมาณแคลอรีที่ต่ำ ทำให้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้อิ่มง่าย และอิ่มนานขึ้น หมดปัญหาการรับประทานอาหารมากเกินไป หรือหิวบ่อยระหว่างวัน

ลดคอเลสเตอรอล ผักบุ้งยังมีส่วนสำคัญในการลดลงของคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายได้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจอีกด้วย

ป้องกันโรคหัวใจ ผักบุ้งมีวิตามินเอ และวิตามินซี ตลอดสารเบต้า-แคโรทีน มีเป็นสารทีมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลรวมตัวกับออกซิเจน ไปเกาะอยู่ตามหลอดเลือด ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด จนเกิดหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดในที่สุด

นอกจากนี้ โฟเลตในผักบุ้งก็ยังช่วยทำให้โฮโมซีสเตอีน กรดอะมิโนที่เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจลดลงได้ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่แมกนีเซียมในผักบุ้งเองก็ยังลดความดันโลหิตได้ ถือเป็นการป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อีกทางหนึ่ง

ต้านมะเร็ง  ผักบุ้งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากถึง 13 ชนิด จึงทำให้เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งช่องท้อง รวมทั้งมะเร็งผิวหนังและมะเร็งเต้านม เพราะสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปป้องกันไม่ให้เซลล์ในร่างกายถูกทำลาย










ที่มาบทความจาก http://www.thaihealth.or.th/

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

ประโยชน์ของ "ไข่"



ประโยชน์ของ "ไข่"

1. อุดมไปด้วยวิตามินชนิดต่าง ๆ และแร่ธาตุมากมายหลากหลายชนิด อาทิเช่น วิตามิน
บี วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค


2. ช่วยลดความดันโลหิต จากการศึกษาพบว่า เปปไทด์ในไข่สามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตในเลือดสูงได้


3. เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม ในไข่เพียง 1 ฟอง มีโปรตีนอยู่ถึง 6 กรัม ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยมเหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถรับประ­­­ทานเนื้อสัตว์ได้ค่ะ


4.มีไขมันโอเมก้า 3 ไข่เป็นอาหารที่อุดมด้วยไขมันโอเมก้า 3 สูง ซึ่งเป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย แถมยังช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรงอีกด้วย


5. อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่สำคัญ ไข่ถูกเรียกว่าเป็นสุดยอดอาหารที่ดีกับสุขภาพ เหตุหนึ่งก็เพราะไข่เป็นแหล่งสะสมของกรดอะมิโนที่สำคัญต่อร่างก­­­ายถึง 9 ชนิดเลยทีเดียว


6. บำรุงสมองและระบบประสาท ในไข่เพียง 1 ฟอง มีโคลีน (Choline) มากถึง 20% ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้สมองและระบบประสาทแข็งแรง
7. อุดมด้วย ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) สารทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีความสำคัญกับสุขภาพดวงตา ทั้งนี้ยังช่วยปกป้องร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทเสื่อมได้อีกด้วย


8. มีทริปโตเฟน (Tryptophan) และ ไทโรซีน (Tyrosine) ไข่มีกรดอะมิโนที่สำคัญอยู่มากมาย โดยเฉพาะ 2 ชนิดนี้ ซึ่งกรดอะมิโนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ทริปโตเฟนยังเป็นสารที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปช่วยสร้างสารเซโรโทนิน ช่วยทำให้อารมณ์ดี และยังเปลี่ยนเป็นสารเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับอีกด้วย


9. มีวิตามินบี 12 สูง นอกจากจะมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว วิตามินบี 12 ในไข่ยังเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในกระบวนการแปลงโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) ตัวร้าย ให้กลายเป็นโมเลกุลที่ปลอดภัยต่อร่างกาย อย่างเช่น กลูต้าไธโอน เป็นต้น


10. แหล่งอุดมแคลเซียม ไข่มีแคลเซียมสูงถึง 50 มิลลิกรัม หรือ 5% ของแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวัน นอกจากนี้การรับประทานไข่ทุกวันยังช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง­เต้านมและการเกิดติ่งเนื้อเมือกในลำไส้ใหญ่อีกด้วย


11. ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ สารโคลีนที่อยู่ในไข่เป็นสารอาหารสำคัญในการช่วยลดการอักเสบ­อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ


12. ลดความพิการตั้งแต่กำเนิด หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ต้องการโฟเลตในปริมาณที่มากกว่าปกติเพื่อ­­­สร้างเสริมให้ทารกในครรภ์มีสุขภาพดีและเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสม­บูรณ์ และในไข่นั้นมีปริมาณโฟเลตอยู่ถึง 44 ไมโครกรัม คิดเป็น 11% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน


13. แหล่งวิตามินเอที่สำคัญ วิตามินอีกชนิดที่มีมากในไข่ที่เรารับประทานนั้นก็คือวิตามินเอ­­­ ซึ่งมีถึง 19% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน วิตามินเอทำหน้าที่สำคัญในการสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็ง­­­แรง


14. บำรุงผมและเล็บ สารอาหารและวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะซัลเฟอร์สามารถช่วยบำรุงดูแลสุขภาพผมและเล็บได้ ใครที่มีปัญหาเรื่องเล็กเปราะหักได้ง่ายควรจะรับประทานไข่ค่ะ


15. ป้องกันสารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ สารเซเรเนียมในไข่เป็นแร่ธาตุสำคัญซึ่งทำหน้าที่ลดการถ­ูกทำลายของเซลล์จากสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งและเนื้องอก โดยเฉพาะโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก


16. ช่วยในการมองเห็นและลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก ไข่ไม่ได้เพียงแต่ช่วยลดการเกิดจอประสาทตาเสื่อมเท่านั้น แต่สารต้านอนุมูลอิสระในไข่ยังช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของรังสียูวี และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกเมื่อแก่ตัวลงได้อีกด้วย


17. สร้างเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากวิตามินหลากหลายชนิดแล้วไข่ยังมีธาตุเหล็กที่ทำหน้าที่สร้างเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและการผลิตเซลล์เม็­ดเลือดแดงให้เป็นไปอย่างปกติอีกด้วย


18. ช่วยลดน้ำหนัก จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยลุยเซียนาพบว่าคนที่รับประทานไข่ในมื้­้อเช้าสามารถลดน้ำหนัก และมีแรงมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นขนมปัง


19. เป็นของแหล่งวิตามินดี วิตามินดี เป็นแร่ธาตุสำคัญที่สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและ­ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยไข่หนึ่งฟองมีวิตามินดีถึง 41 ยูนิต หรือ7 % ของปริมาณวิตามินดีที่ควรได้รับต่อวัน


20. ลดอาการอักเสบ อาการอักเสบในร่างกายมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคกระดูกพรุน อัลไซเมอร์ หรือแม้แต่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และสารที่ช่วยในการลดการอักเสบในร่างกายก็คือโคลีน ที่สามารถหาได้ในไข่ลูกกลม ๆ นี่ล่ะค่ะ


21. มีประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ โคลีนในไข่เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการตั้งครรภ์ สารอาหารดังกล่าวจะเข้าไปช่วยพัฒนาสมองและป้องกันการเกิดความผิดปกติในท่อประสาทอีกด้วย


22. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด หลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารอาหารในไข่สามารถช่วยป้องกันการแ­­­ข็งตัวของเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายและโรคหลอดเลือดหัวใจได้


23. บำรุงความจำ ปริมาณแร่ธาตุและวิตามินในไข่ที่สูงสามารถช่วยสร้างเสริมการทำง­­­านของสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ได้


24. ราคาไม่แพง ไข่เป็นอาหารที่มีราคาไม่แพงและสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ยิ่งถ้าหากอยากให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ก็ควรซื้อไข่ที่สดใหม­­­่จากฟาร์ม หรือจะเลี้ยงไก่ไข่ไว้เก็บไข่กินก็ได้เหมือนกันนะคะ


25. ทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะต้ม ตุ๋น เจียว ทอด ไข่ก็สามารถทำได้หมดเลยล่ะค่ะ และถ้าอยากให้ได้ประโยชน์มากขึ้นก็ลองเติมผัก หรือสมุนไพรลงไปปรุงได้ รับรองได้ประโยชน์เพียบ





ที่มา: http:///www.google.co.th/search?q=ประโยชน์ของไข่&hl=th&biw=1600&bih=772&source=lnms&sa=X&ved=0ahUKEwj_p9nV4KDKAhWSBY4KHUlFA7AQ_AUIBigA&dpr=1

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

วิธีทำความสะอาด พัดลมไอเย็น แบบง่ายๆ


เมื่อพูดถึงพัดลม พัดลมไอเย็น ให้ความเย็นสดชื่นเหมือนลมจากธรรมชาติ ทำงานด้วยการดึงความร้อนของอากาศผ่านแผ่นทำความเย็น ทำให้พื้นที่รอบๆเย็นสบาย ไม่มีความชื้นในอากาศไม่ทำให้อับอากาศที่มีความร้อนพัดลมไอน้ำจะช่วยระบายความร้อนในอากาศ และยังช่วยป้องกันอากาศร้อนจากข้างนอกเข้าสู่ข้างใน ง่ายในการทำความสะอาดโดยถอดแผ่น Cooling Pad ออกมาล้างกำจัดฝุ่น การล้างทำความสะอาดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการการทำความเย็นอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีทำความสะอาดพัดลมไอเย็นมาฝากกัน

พัดลมไอเย็น คืออะไร
พัดลมไอเย็น คือพัดลมที่ทำงานผ่านระบบ Evaporative Cooling Systems หรือการดึงความร้อนจากอากาศผ่านแผ่นทำความเย็น ซึ่งเมื่อสัมผัสกันจะทำให้น้ำระเหยและแปรเปลี่ยนเป็นไอเย็นที่ส่งผ่านออกมา ช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงได้

มื่อพูดถึงพัดลม พัดลมไอเย็น ให้ความเย็นสดชื่นเหมือนลมจากธรรมชาติ ทำงานด้วยการดึงความร้อนของอากาศผ่านแผ่นทำความเย็น ทำให้พื้นที่รอบๆเย็นสบาย ไม่มีความชื้นในอากาศไม่ทำให้อับอากาศที่มีความร้อนพัดลมไอน้ำจะช่วยระบายความร้อนในอากาศ และยังช่วยป้องกันอากาศร้อนจากข้างนอกเข้าสู่ข้างใน ง่ายในการทำความสะอาดโดยถอดแผ่น Cooling Pad ออกมาล้างกำจัดฝุ่น การล้างทำความสะอาดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการการทำความเย็นอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีทำความสะอาดพัดลมไอเย็นมาฝากกัน

พัดลมไอเย็น คืออะไร

พัดลมไอเย็น คือพัดลมที่ทำงานผ่านระบบ Evaporative Cooling Systems หรือการดึงความร้อนจากอากาศผ่านแผ่นทำความเย็น ซึ่งเมื่อสัมผัสกันจะทำให้น้ำระเหยและแปรเปลี่ยนเป็นไอเย็นที่ส่งผ่านออกมา ช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงได้

พัดลมไอเย็น กับ พัดลมไอน้ำ ต่างกันอย่างไร
เป็นเพราะชื่อเรียกใกล้เคียงกัน หลายคนจึงคิดว่า พัดลมไอเย็น และ พัดลมไอน้ำ จะมีการใช้งานแบบเดียวกัน หรือบางคนอาจจะคิดว่าเป็นชนิดเดียวกันเลยก็มี ซึ่งที่จริงแล้ว พัดลมไอเย็น กับ พัดลมไอน้ำ ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน และมีความแตกต่างกัน ดังนี้

พัดลมไอน้ำ จะทำงานโดยการพ่นละอองน้ำออกมาแล้วใช้พัดลมเป่าให้ละอองน้ำกระจายตัว จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความชื้น เช่น โรงเพาะชำ หรือที่โล่งแจ้ง แต่อาจไม่เหมาะกับที่อับ เช่น ภายในบ้าน หรือโรงอาหาร เป็นต้น

พัดลมไอเย็น จะทำงานด้วยการดึงความร้อนของอากาศผ่านแผ่นทำความเย็น จนน้ำระเหยออก เหลือไว้เพียงอุณหภูมิที่ลดลง จึงทำให้พื้นที่โดยรอบรู้สึกเย็นสดชื่น โดยไม่มีความชื้นในอากาศ ซึ่งเหมาะกับบ้านพักอาศัยมากกว่า

ข้อดีของ พัดลมไอเย็น

  • ลดอุณหภูมิได้ 4-10 องศาเซลเซียส
  • ไม่มีละอองน้ำ
  • ไม่ทำให้อับชื้น
  • ได้ลมเย็นสดชื่น เหมือนลมธรรมชาติ
  • ใช้ได้ทั้งในพื้นที่เปิดและปิด
  • ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ประหยัดไฟ
  • ประหยัดน้ำ เพราะมีการหมุนเวียนน้ำในระบบ
  • บำรุงรักษาง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย


วิธีทำความสะอาด พัดลมไอเย็น แบบง่ายๆทำได้เองที่บ้าน

  1. ถอดแผ่น Cooling Pad ออกมาทำความสะอาดฉีดพ้นน้ำเพื่อทำความสะอาดฝุ่นละอองติดแน่น ห้ามใช้สารเคมีหรือผงซักฟอกในการล้าง
  2. ทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น ดึงแผ่นฟิวเตอร์ออกมาจากเครื่อง ล้างทำความสะอาดใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง แผงกรองฝุ่นควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  3. ทำความสะอาดถังพักน้ำ นำตะแกรงออกจากแผง หมุนวาล์วน้ำทิ้งเพื่อลดกลิ่นอับชื้น ล้างอ่างพักน้ำให้สะอาด รวมทั้งตัวควบคุม กำจัดคราบสกปรกที่ตัวปั้มน้ำ และแผงใส่ฟิวเตอร์
  4. เช็ดตัวอุปกรณ์ให้แห้งทุกชิ้น ห้ามใช้น้ำยาสารเคมีต่างๆ








ที่มา: http://thairats.com/เกร็ดความรู้/ทำความสะอาด-พัดลมไอเย็น